หุ้นไทยยังคงน่าลงทุนอยู่อีกไหม??

343

ช่วงนี้เศรษฐกิจของโลกยังคงมีความเสี่ยงเรื่องสงครามการค้า จีน และ อเมริกาอย่างหนัก ซึ่งมันเขย่าขวัญนักลงทุนทั่วโลก ไม่ยกเว้นสำหรับหุ้นไทยพราะ หากเทียบตลาดหุ้นไทย


กับตลาดหุ้นต่างประเทศแล้วยังค่อนข้างเล็ก จึงมักจะได้รับผลกระทบกับข่าว และปัจจัยต่างๆ จากต่างประเทศเสมอ ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้รับผลกระทบทางตรงด้านเศรษฐกิจ แต่ด้านจิตวิทยาสำหรับนักลงทุนแล้วมีผลมากทีเดียว
ช่วงหลังเลือกตั้งมานี้ หลายคนตั้งใจรอคอยว่าเศรษฐกิจไทย จะเดินหน้าต่อไปอย่างแข็งแกร่ง แต่ตามตัวเลขทางเศษฐกิจหลายๆ ตัวทั้งการส่งออก GDP เงินเฟ้อ ต่างออกมาเป็นภาพลบ หลายๆ กลุ่มธุรกิจได้รับผลกระทบจากสภาวะเศษฐกิจที่ค่อนข้างจะฝืดเคือง ทำให้รัฐต้องออกมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศกันอุตลุต แต่จะทำให้ดีขึ้นขนาดไหนอย่างไร คงต้องดูกันไปยาวๆ

หลายคนเลยเกิดคำถามว่าแล้วหุ้นไทยยังน่าลงทุนอยู่หรือไม่? lottovip

ท่ามกลางสภาวะปัจจุบันแบบนี้ จึงอยากจะนำเอาข้อมูลผลตอบแทนของตลาดหุ้นมาให้ดูกันว่าเป็นอย่างไร และเลือกเอาผลตอบแทนของหุ้นกลุ่มธนาคาร ที่เหมือนเป็นหลักขับเคลื่อนระบบการเงินในไทย มาให้ดูกันประกอบการพิจารณาว่าหุ้นไทยยังน่าสนหรือไม่
กราฟด้านล่างแสดงผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทย (SET Index) ตั้งแต่ต้นปี 2018 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน หากเริ่มที่ 1 หรือ 100% ณ วันนี้เหลือ 90% หมายความว่าใครซื้อหุ้นไทย 100 บาท เมื่อต้นปี 2018 แล้วถือมาจนถึงปัจจุบัน เงินเหลือ 90 บาท
เรียกว่าเป็นปีที่แย่ทีเดียวสำหรับตลาดหุ้นไทย ปกติเราซื้อหุ้นก็จะซื้อหุ้นรายตัวอยู่แล้ว ไม่ได้ซื้อทุกตัวในตลาด SET Index เป็นตัวสะท้อนหุ้นทุกตัว ดังนั้น ก็ต้องไปดูหุ้นรายตัวอีกทีว่าเราซื้อตัวไหน อย่างไรก็ตามหุ้นขนาดใหญ่หรือ Big Cap มักจะปรับตัวขึ้นลงตามดัชนีหุ้นไทย หมายความว่า คนส่วนใหญ่ถ้าซื้อหุ้นจำพวก PTT, BBL, KBANK, SCB, ก็จะขาดทุนเฉลี่ยอยู่ราวๆ 10% จากต้นปี 2018 หวยหุ้นไทย
กราฟผลตอบแทนดัชนีตลาดหุ้นไทย SET Index ตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหุ้นมา เริ่มดัชนี 100 จุด จากวันนั้นถึงวันนี้ ดัชนีตลาดหุ้นขึ้นมา 1,600 จุด หรือขึ้นมาเกือบ 16 เท่า หลายสิบปีที่ผ่านมา

ในบางปี ผลตอบแทนอาจจะลดลงมาก ส่งผลให้ขาดทุนได้ตามกราฟด้านบน นักลงทุนจึงต้องเข้าใจว่าตลาดหุ้นมีความเสี่ยงอยู่แล้ว เลี่ยงได้ยาก แต่หุ้นบางตัวก็สามารถฟันฝ่า และให้ผลตอบแทนบวก มากๆ ได้ชดเชยกับความเสี่ยงที่เราต้องรับ
ดังนั้น การลงทุนในหุ้นก็ยังให้ผลตอบแทนที่สูงอยู่ดีหากแต่ต้องอยู่กับมันให้ได้หลายปี ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ปีสองปี ตลาดอาจจะปรับตัวแย่บ้าง หากไม่ได้มีวิกฤตเศรษฐกิจภายในประเทศ หุ้นไทยก็น่าจะเดินหน้าไปต่อไป จึงเป็นคำตอบให้กับนักลงทุนที่ยังคงไม่แน่ใจว่าจะลงทุนในหุ้นหรือไม่ แน่นอนความเสี่ยงมันต้องมีบ้างแต่เราก็ต้องรับและจัดการกับมันให้ได้ หลายคนอาจจะรับความเสี่ยงไม่ได้เลย เพราะ อารมณ์จะมาแรงกว่า หากเป็นแบบนั้นจริงก็อาจจะเลี่ยงไปซื้อกองทุนดัชนีหรือ ETF แล้วถือยาวๆ ไปตามสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ มองไกลๆ อย่ามองใกล้ ผลตอบแทนจะตามมาเอง

บทความต่อไป

อ่านบทความอื่นที่นี่